กรมสรรพากรประกาศพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 810) พ.ศ. 2569 ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนการกีฬา โดยมาตรการนี้ต่อยอดจากพระราชกฤษฎีกาฉบับก่อนหน้า (ฉบับที่ 332) ที่สิ้นสุดอายุไปแล้ว เพื่อให้การบริจาคสนับสนุนกีฬายังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า "แห่งประเทศไทย" กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือกรมพลศึกษา โดยต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ในทางปฏิบัติ บุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เป็นจำนวนสองเท่าของเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายการยกเว้นลักษณะเดียวกันตามกฎหมายอื่นแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะจ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน โดยเมื่อรวมกับรายการยกเว้นลักษณะเดียวกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการศึกษาและกีฬา
นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคดังกล่าว ยังได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ด้วย แต่ผู้โอนจะต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีนี้มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ซ้ำอีก และผู้ที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้แล้ว ต้องไม่นำเงินบริจาคเดียวกันไปหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายตามมาตราอื่นของประมวลรัษฎากรซ้ำซ้อนอีก
ช่วงเวลาที่การบริจาคจะได้รับสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมที่อธิบดีกรมสรรพากรจะประกาศกำหนด ผู้ทำบัญชีและผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจนจากราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็มหรือประกาศอธิบดีที่จะตามมา เนื่องจากเอกสารต้นฉบับที่เผยแพร่มีความคลาดเคลื่อนในส่วนตัวเลขปีบางจุด
ผู้ทำบัญชีควรแจ้งลูกค้าที่มีแผนบริจาคสนับสนุนกีฬาให้ทราบถึงสิทธิประโยชน์นี้ และเตรียมหลักฐานการบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีอย่างถูกต้อง พร้อมติดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่จะออกตามมาเพื่อยืนยันหลักเกณฑ์และช่วงเวลาที่แน่นอน