กรมสรรพากรออกประกาศฉบับที่ 470 ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

กรมสรรพากร ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 470) กำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์รูฟท็อป) โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 ประกาศนี้ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569

สาระสำคัญคือ ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือกองมรดกที่ยังไม่แบ่ง) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารที่อยู่อาศัย เงื่อนไขสำคัญคือต้องทำสัญญาซื้อขายหรือติดตั้ง และขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 โดยใช้สิทธิได้ไม่เกิน 1 ระบบ และใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้เพียง 1 ครั้งตลอดช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด

ผู้มีเงินได้ต้องมีชื่อเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ หลักฐานที่ต้องเก็บไว้คือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้มีเงินได้ พร้อมข้อความระบุชัดว่าเป็นค่าซื้ออุปกรณ์โซลาร์ เช่น "Solar Rooftop" หรือ "แผงโซลาเซลล์" รวมถึงเอกสารขออนุญาตและได้รับอนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าที่มีชื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้ยื่นขอ

ขั้นตอนที่ผู้มีเงินได้ต้องทำเพิ่มเติมคือ แจ้งความประสงค์ใช้สิทธิยกเว้นภาษีต่อการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อให้หน่วยงานไฟฟ้านำส่งข้อมูลต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 15 มกราคมของปีถัดไป หากผู้มีเงินได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีนี้ไปหักภาษีขายแล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ซ้ำอีก และหากภายหลังตรวจพบว่าปฏิบัติไม่ครบตามเงื่อนไข ผู้มีเงินได้ต้องนำเงินที่เคยได้รับยกเว้นกลับมารวมคำนวณภาษี พร้อมเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้ทำบัญชีและผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี (TA) ที่ดูแลลูกค้าบุคคลธรรมดาที่มีแผนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่บ้าน ควรตรวจสอบช่วงเวลาทำสัญญาและการขออนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้าของลูกค้าให้อยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด พร้อมแนะนำให้เก็บใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารการขออนุญาตไฟฟ้าให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำเร็จ

← กลับหน้าหลัก บทความในหมวด กรมสรรพากร →