กรมสรรพากรออกประกาศฉบับที่ 469 ยกเว้นภาษีนิติบุคคลค่าซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์และบริการดิจิทัล

กรมสรรพากร ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 469) กำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหรือค่าจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงค่าใช้บริการด้านดิจิทัล โดยไม่รวมเครื่องคอมพิวเตอร์ ประกาศนี้อาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 802 พ.ศ. 2569 และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568

สาระสำคัญที่เปลี่ยนไปคือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายค่าซื้อหรือค่าจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงค่าใช้บริการด้านดิจิทัล มาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ในอัตราร้อยละ 100 ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 300,000 บาทต่อรอบระยะเวลาบัญชี ทั้งนี้รายจ่ายดังกล่าวต้องไม่รวมค่าบำรุงรักษารายปีหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้งาน

เงื่อนไขสำคัญที่ผู้ทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจต้องตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ์ ได้แก่

  • ผู้ขายหรือผู้ให้บริการต้องได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ก่อนที่บริษัทจะซื้อ จ้างทำ หรือใช้บริการ
  • โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะ ต้องถูกสร้างและพัฒนาขึ้นในประเทศไทย และใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ
  • ทรัพย์สินที่ซื้อหรือจ้างทำต้องนำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
  • ต้องได้มาและพร้อมใช้งานภายในวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการจ่ายเงิน
  • รายจ่ายที่ใช้สิทธิ์ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 24 มิถุนายน 2568 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2570

นอกจากนี้ บริษัทที่ใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีต้องจัดทำรายงานแสดงรายละเอียดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ใช้สิทธิ์ รวมถึงประเภท ลักษณะการใช้งาน และวันที่พร้อมใช้งาน พร้อมเก็บเอกสารประกอบไว้ที่สถานประกอบการเพื่อให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของบริษัทที่มีแผนลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ควรตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนของผู้ขายหรือผู้ให้บริการกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ยกเว้นภาษี และควรเริ่มจัดเตรียมระบบบันทึกรายงานตามข้อ 3 ของประกาศนี้ไว้ล่วงหน้า เนื่องจากประกาศมีผลย้อนหลังไปถึงรอบบัญชีปี 2568 แล้ว ผู้ประกอบการที่มีรายจ่ายลักษณะนี้ในช่วงที่ผ่านมาควรตรวจสอบเอกสารย้อนหลังเพื่อยื่นใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องตามเงื่อนไข

← กลับหน้าหลัก บทความในหมวด กรมสรรพากร →